ยินดีต้อนรับ

วิธีการดาวโหลดวิดีโอจากyoutubeโดยไม่ต้องแปลงไฟล์ทีหลัง

2553/11/17

วิธีการตรวจสอบระบบ Hardware

วิธีการตรวจสอบระบบ Hardware
- การแสดงผล Message Error- การแสดงเสียงเตือน Beep Code ต่างๆ- การใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบ Mainboard (Debug Card)การแสดงผล Message Error
1.ข้อความแสดงว่า CMOS Checksum Errorสาเหตุ:Low Battery ของ Biosวิธีแก้ไข:เปลี่ยน Battery Bios ใหม่
2.ข้อความแสดงว่าDISK BOOT FAILURE INSERT SYSTEM DISK AND PRESS ENTERสาเหตุ:อุปกรณ์ Hardwareไม่เจอโดยการตรวจสอบที่ Biosวิธีแก้ไข:ให้ดูที่ระบบการเชื่อ มต่อของอุปกรณ์มักจะเกิดจาก HDD
3.ข้อความแสดงว่า FDD controller failureสาเหตุ:Biosไม่สามารถติดต่อกับตัวควบคุม Floppy Disk ได้วิธีแก้ไข:Set Bios ปรับค่า 1.44 MBOnboard Fdd Controller
4.ข้อความแสดงว่า HDD Controller Failureสาเหตุ:Biosไม่สามารถติดต่อกับต ัวควบคุม Hard Disk ได้วิธีแก้ไข:Set Bios OnChip IDE ให้เป็น Enable ทั้งหมด
5.ข้อความแสดงว่า Diskette Boot Failureสาเหตุ:Biosไม่สามารถบูตระบบ ปฎิบัติอาจจะอุปกรณ์เสียได้วิธีแก้ไข:อาจเกิดจากไดร์ฟหรือแ ผ่นดิสก์ ไม่มีระบบปฎิบัติการอยู่
6.ข้อความแสดงว่า Keyboard Errorสาเหตุ:ขั้วเสียบอาจหลวมหรือขาห ักได้ และ Keyboardเสียวิธีแก้ไข:อาจจะแก้ไขหรือเปลี่ย น Keyboard ใหม่

ประเภทไวรัสคอมพิวเตอร์

ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 5 ประเภทดังนี้
1.บูตไวรัสบูตไวรัส (boot virus) คือไวรัสคอมพิวเตอร์ที่แพร่เข้า สู่ เป้าหมายในระหว่างเริ่มทำการบูต เครื่อง ส่วนมาก มันจะติดต่อเข้าสู่แผ่นฟลอปปี้ด ิสก์ระหว่างกำลังสั่งปิดเครื่อง เมื่อนำแผ่นที่ติดไวรัสนี้ไปใช้ กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื ่นๆ ไวรัสก็จะเข้าสู่เครื่องคอมพิวเ ตอร์ตอนเริ่มทำงานทันทีบูตไวรัสจะติดต่อเข้าไปอยู่ส่วน หัวสุดของฮาร์ดดิสก์ ที่มาสเตอร์บูตเรคคอร์ด (master boot record) และก็จะโหลดตัวเองเข้าไปสู่หน่ว ยความจำก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะ เริ่มทำงาน ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
2.ไฟล์ไวรัสไฟล์ไวรัส (file virus) ใช้เรียกไวรัสที่ติดไฟล์โปรแกรม เช่นโปรแกรมที่ดาวน์โหลดจากอินเ ทอร์เน็ต นามสกุล.exe โปรแกรมประเภทแชร์แวร์เป็นต้น
3.มาโครไวรัสมาโครไวรัส (macro virus) คือไวรัสที่ติดไฟล์เอกสารชนิดต่ างๆ ซึ่งมีความสามารถในการใส่คำสั่ง มาโครสำหรับทำงานอัตโนมัติในไฟล์เอกสารด้วย ตัวอย่างเอกสารที่สามารถติดไวรัสได้ เช่น ไฟล์ไมโครซอฟท์เวิร์ด ไมโครซอฟท์เอ็กเซล เป็นต้น
4.หนอนหนอน (Worm) เป็นรูปแบบหนึ่งของไวรัส มีความสามารถในการทำลายระบบในเค รื่องคอมพิวเตอร์สูงที่สุดในบรร ดาไวรัสทั้ง หมด สามารถกระจายตัวได้รวดเร็ว ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสาเหตุที่เรียกว่าหนอนนั้น คงจะเป็นลักษณะของการกระจายและทำลาย ที่คล้ายกับหนอนกินผลไม้ ที่สามารถกระจายตัวได้มากมาย รวดเร็ว และเมื่อยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ระดับการทำลายล้างยิ่งสูงขึ้น
5.โทรจันม้าโทรจัน (Trojan) คือโปรแกรมจำพวกหนึ่งที่ถูกออกแ บบขึ้นมาเพื่อแอบแฝง กระทำการบางอย่าง ในเครื่องของเรา จากผู้ที่ไม่หวังดี ชื่อเรียกของโปรแกรมจำพวกนี้ มาจากตำนานของม้าไม้แห่งเมืองทร อยนั่นเอง ซึ่งการติดนั้น ไม่เหมือนกับไวรัส และหนอน ที่จะกระจายตัวได้ด้วยตัวมันเอง แต่โทรจัน (คอมพิวเตอร์)จะ ถูกแนบมากับ อีการ์ด อีเมล์ หรือโปรแกรมที่มีให้ดาวน์โหลดตา มอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ใต้ดิน และสุดท้ายที่มันต่างกับไวรัสแล ะเวิร์ม คือ มันจะสามารถเข้ามาในเครื่องของเ รา โดยที่เราเป็นผู้รับมันมาโดยไม่ รู้ตัวนั่นเอง

ขึ้น Error Bluescreen

ขึ้น Error Bluescreen
1.(stop code 0X000000BE) Attempted Write To Readonly Memoryสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการนี้เกิดจากการลง driver หรือ โปรแกรม หรือ service ที่ผิดพลาด เช่น ไฟล์บางไฟล์เสีย ไดร์เวอร์คนละรุ่นกัน ทางแก้ไขให้ uninstall โปรแกรมตัวที่ลงก่อนที่จะเกิดปั ญหานี้ ถ้าเป็นไดร์เวอร์ก็ให้ทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวเก่ามาใช้ หรือ หาไดร์เวอร์ที่ล่าสุดมาลง (กรณีที่มีใหม่กว่า) ถ้าเป็นพวก service ต่างๆที่เราเปิดก่อนเกิดปัญหาก็ ให้ทำการปิดหรือ disable ซะ2.(stop code 0X000000C2) Bad Pool Callerสาเหตุและแนวทางแก้ไข:ตัวนี้จะคล้ายกับตัวข้างบน แต่เน้นที่พวก hardware คือเกิดจากอัฟเกรดเครื่องพวก Hardware ต่าง เช่น ram ,harddisk การ์ดต่างๆ ไม่ compatible กับ XP ทางแก้ไขก็ให้เอาอุปกรณ์ที่อัฟเ กรดออก ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ลงไดร์เวอ ร์ หรือ อัฟเดท firmware ของอุปกรณ์นั้นใหม่ และคำเตือนสำหรับการจะอัฟเดท ให้ปิด anti-virus ด้วยนะครับ เดี๋ยวมันจะยุ่งเพราะพวกโปรแกรม anti-virus มันจะมองว่าเป็นไวรัส3.(stop code 0X0000002E) Data Bus Errorสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการนี้เกิดจากการส่งข้อมูลที่ เรียกว่า BUS ของฮาร์ดแวร์เสียหาย ซึ่งได้แก่ ระบบแรม, cache L2 ของซีพียู , เมมโมรีของการ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ทำงานหนักถึงขั้น error (ร้อนเกินไป) และเมนบอร์ดเสีย4.(stop code 0X000000D1)Driver IRQL Not Less Or Equalสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการไดร์เวอร์กับ IRQ (Interrupt Request) ไม่ตรงกัน การแก้ไขก็เหมือนกับ error ข้อที่ 15. (stop code 0X0000009F)Driver Power State Failureสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการนี้เกิดจาก ระบบการจัดการด้านพลังงานกับไดร เวอร์ หรือ service ขัดแย้งกัน เมื่อคุณให้คอมทำงานแบบ "hibernate" แนวทางแก้ไข ถ้าวินโดวส์แจ้ง error ไดร์เวอร์หรือ service ตัวไหนก็ให้ uninstall ตัวนั้น หรือจะใช้วิธี Rollback driver หรือ ปิดระบบจัดการพลังงานของวินโดวส์ซะ6.(stop code 0X000000CE) Driver Unloaded Without Cancelling Pending Operationsสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการไดร์เวอร์ปิดตัวเองทั้งๆ ทีวินโดวส์ยังไม่ได้สั่ง การแก้ไขให้ทำเหมือนข้อ 17.(stop code 0X000000F2)Hardware Interrupt Stormสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการที่เกิดจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร ์ เช่น USB หรือ SCSI controller จัดตำแหน่งกับ IRQ ผิดพลาด สาเหตุจากไดร์เวอร์หรือ firmware การแก้ไขเหมือนกับข้อ 18.(stop code 0X0000007B)Inaccessible Boot Deviceสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการนี้จะมักเจอตอนบูตวินโดวส์ จะมีข้อความบอกว่าไม่สามารถอ่าน ข้อมูลของไฟล์ระบบหรื อ boot partitions ได้ ให้ตรวจฮาร์ดดิสก์ว่าปกติหรือไม ่ สายแพหรือสายไฟที่เข้าฮาร์ดดิสก์หลุดหรือไม่ ถ้าปกติดีก็ให้ตรวจไฟล์ boot.ini อาจจะเสีย หรือไม่ก็มีการทำงานแบบmulti OS ให้ตรวจดูว่าที่ไฟล์นี้อาจเขียน config ของ OS ขัดแย้งกันอีกกรณีหนึ่งที่เกิด error นี้ คือเกิดขณะ upgrade วินโดวส์ สาเหตุจากมีอุปกรณ์บางตัวไม่ compatible ให้ลองเอาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นหร ือคิดว่ามีปัญหาออก เมื่อทำการ upgrade วินโดวส์ เรียบร้อย ค่อยเอาอุปกรณ์ที่มีปัญหาใส่กลั บแล้วติดตั้งด้วยไดร์ เวอร์รุ่นล่าสุด9. (stop code 0X0000007A) Kernel Data Inpage Errorสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการนี้เกิดมีปัญหากับระบบ virtual memory คือวินโดวส์ไม่สามารถอ่านหรือเข ียนข้อมูลที่ swapfile ได้ สาเหตุอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์เกิด bad sector, เครื่องติดไวรัส, ระบบ SCSI ผิดพลาด, RAM เสีย หรือ เมนบอร์ดเสีย10. (stop code 0X00000077) Kernel Stack Inpage Errorสาเหตุและแนวทางแก้ไข:อาการและสาเหตุเดียวกับข้อ 9

Mainboard

Mainboard

Mainboard (แผงวงจรหลัก)
เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญรองมาจากซีพียู เมนบอร์ดทำหน้าที่ควบคุม ดูแลและจัดการๆ ทำงานของ อุปกรณ์ชนิดต่างๆ แทบทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ซีพียู ไปจนถึงหน่วยความจำแคช หน่วยความจำหลัก ฮาร์ดดิกส์ ระบบบัส บนเมนบอร์ดประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมายแต่ส่วนสำคัญๆ ประกอบด้วย1. ชุดชิพเซ็ต ชุดชิพเซ็ตเป็นเสมือนหัวใจของเมนบอร์ดอีกที่หนึ่ง เนื่องจากอุปกรณ์ตัวนี้จะมีหน้าที่หลักเป็นเหมือนทั้ง อุปกรณ์ แปลภาษา ให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่บนเมนบอร์ดสามารถทำงานร่วมกันได้ และทำหน้าที่ควบคุม อุปกรณ์ต่างๆ ให้ทำงานได้ตามต้องการ โดยชิพเซ็ตนั้นจะประกอบด้วยชิพเซ็ตนั้นจะประกอบไปด้วยชิพ 2 ตัว คือชิพ System Controller และชิพ PCI to ISA Bridge ชิพ System Controller หรือ AGPSET หรือ North Bridge เป็นชิพที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ อุปกรณ์หลักๆ ความเร็วสูงชนิดต่างๆ บนเมนบอร์ดที่ประกอบด้วยซีพียู หน่วยความจำแคชระดับสอง (SRAM) หน่วยความจำหลัก (DRAM) ระบบกราฟิกบัสแบบ AGP และระบบบัสแบบ PCI ชิพ PCI to ISA Bridge หรือ South Bridge จะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกันระหว่างระบบบัสแบบ PCI กับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีความเร็วในการทำงานต่ำกว่าเช่นระบบบัสแบบ ISA ระบบบัสอนุกรมแบบ USB ชิพคอนโทรลเลอร์ IDE ชิพหน่วยความจำรอมไออส ฟล็อบปี้ดิกส์ คีย์บอร์ด พอร์ตอนุกรม และพอร์ตขนาน ชุดชิพเซ็ตจะมีอยู่ด้วยกันหลายรุ่นหลายยี่ห้อโดยลักษณะการใช้งานจะขึ้นอยู่กับซีพียูที่ใชเป็นหลัก เช่นชุด ชิพเซ็ตตระกูล 430 ของอินเทลเช่นชิพเซ็ต 430FX, 430HX 430VX และ 430TX จะใช้งานร่วมกับซีพียู ตระกูลเพนเทียม เพนเที่ยม MMX, K5, K6, 6x86L, 6x86MX (M II) และ IDT Winchip C6 ชุดชิพเซ็ต ตระกูล 440 ของอิเทลเช่นชิพเซ็ต 440FX, 440LX, 440EX และชิพเซ็ต 440BX จะใช้งานร่วมกับ ซีพียูตระกูลเพนเที่ยมโปร เพนเที่ยมทู และเซลเลอรอน และชุดชิพเซ็ตตระกูล 450 ของอินเทลเช่นชุดชิพเซ็ต 450GX และ 450NX ก็จะใช้งานร่วมกับซีพียูตระกูลเพนเที่ยมทูซีนอนสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับ Server หรือ Workstation นอกจากนี้ยังมีชิพเซ็ตจากบริษัทอื่นๆ อีกหลายรุ่นหลายยี่ห้อที่ถูกผลิตออกมา แข่งกับอินเทลเช่นชุดชิพเซ็ต Apollo VP2, Apollo VP3 และ Apollo mVp3 ของ VIA, ชุดชิพเซ็ต Aladin IV+ และ Aladin V ของ ALi และชุดชิพเซ็ต 5597/98, 5581/82 และ 5591/92 ของ SiS สำหรับซีพียูตระกูลเพนเที่ยม เพนเที่ยม MMX, K5, K6, 6x86L, 6x86MX (M II) และ IDT Winchip C6 ชุดชิพเซ็ต Apollo BX และ Apollo Pro ของ VIA, ชุดชิพเซ็ต Aladin Pro II M1621/M1543C ของ ALi และชุดชิพเซ้ต 5601 ของ Sis สำหรับซีพียูตระกูลเพนเที่ยมทู และเซลเลอรอน ซึ่งชิพเซ้ตแต่ละรุ่น แต่ละยี้ห้อนั้นจะมีจุดดีจุดด้อยแตกต่างกันไป
2. หน่วยความจำรอมไบออส และแบตเตอรรี่แบ็คอัพ ไบออส BIOS (Basic Input Output System) หรืออาจเรียกว่าซีมอส (CMOS) เป็นชิพหน่วยความจำชนิด หนึ่งที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูล และโปรแกรมขนาดเล็กที่จำเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ โดยในอดีต ส่วนของชิพรอมไบออสจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ชิพไบออส และชิพซีมอส ซึ่งชิพซีไปออสจะทำหน้าที่ เก็บข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนชิพซีมอสจะทำหน้าที่ เก็บโปรแกรมขนาดเล็ก ที่ใช้ในการบูตระบบ และสามารถเปลี่ยนข้อมูลบางส่วนภายในชิพได้ ชิพไบออสใช้พื้นฐานเทคโนโลยีของรอม ส่วนชิพซีมอสจะใช้เทคโนโลยีของแรม ดังนั้นชิพไบออสจึงไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ในการเก็บรักษาข้อมูล แต่ชิพซีมอส จะต้องการพลังงานไฟฟ้าในการเก็บรักษาข้อมูลอยตลอดเวลาซึ่งพลังงานไฟฟ้า ก็จะมาจากแบตเตอรี่แบ็คอัพที่อยู่บนเมนบอร์ด (แบตเตอรี่แบ็คอัพจะมีลักษณะเป็นกระป๋องสีฟ้า หรือเป็นลักษณะกลมแบนสีเงิน ซึ่งภายในจะบรรจุแบตเตอรรี่แบบลิเธี่ยมขนาด 3 โวลต์ไว้) แต่ตอ่มาในสมัย ซีพียตระกูล 80386 จึงได้มีการรวมชิพทั้งสองเข้าด้วยกัน และเรียกชื่อว่าชิพรอมไบออสเพียงอย่างเดียว และการที่ชิพรอมไบออสเป็นการรวมกันของชิพไบออส และชิพซีมอสจึงทำให้ข้อมูลบางส่วนที่อยู่ภายใน ชิพรอมไบออส ต้องการพลังงานไฟฟ้าเพื่อรักษาข้อมูลไว้ แบตเตอรี่แบ็คอัพ จึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอยู่จนถึง ปัจจุบัน จึงเห็นได้ว่าเมื่อแบตเตอรี่แบ็คอัพเสื่อม หรือหมดอายุแล้วจะทำให้ข้อมูลที่คุณเซ็ตไว้ เช่น วันที่ จะหายไปกลายเป็นค่าพื้นฐานจากโรงงาน และก็ต้องทำการเซ้ตใหม่ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง เทคโนโลยีรอมไบออส ในอดีต หน่วยความจำรอมชนิดนี้จะเป็นแบบ EPROM (Electrical Programmable Read Only Memory) ซึ่งเป็นชิพหน่วยความจำรอม ที่สามารถบันทึกได้ โดยใช้แรงดันกระแสไฟฟ้าระดับพิเศษ ด้วยอุปกรณ์ ที่เรียกว่า Burst Rom และสามาถลบข้อมูลได้ด้วยแสงอุตราไวโอเล็ต ซึ่งคุณไม่สามารถอัพเกรดข้อมูลลงในไบออสได้ ด้วยตัวเองจึงไม่ค่อยสะดวกต่อการแก้ไขหรืออัพเกรดข้อมูลที่อยู่ในชิพรอมไบออส แต่ต่อมาได้มีการพัฒนา เทคโนโลยชิพรอมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นแบบ EEPROM หรือ E2PROM โดยคุณจะสามารถทั้งเขียน และลบข้อมูล ได้ด้วยกระแสไฟฟ้าโดยใช้ซอฟต์แวร์พิเศษ ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายดังเช่นที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
3. หน่วยความจำแคชระดับสอง หน่วยความจำแคชระดับสองนั้นเป็นอุปกรณ์ ตัวหนึ่งที่ทำหน้าเป็นเสมือนหน่วยความจำ บัฟเฟอร์ให้กับซีพียู โดยใช้หลักการที่ว่า การทำงานร่วมกับอุปกร์ที่ความเร็วสูงกว่า จะทำให้เสียเวลาไปกับการรอคอยให้อุปกรณ์ ที่มีความเร็วต่ำ ทำงานจนเสร็จสิ้นลง เพราะซีพียูมีความเร็วในการทำงานสูงมาก การที่ซีพียูต้องการข้อมูล ซักชุดหนึ่งเพื่อนำไปประมวลผลถ้าไม่มีหน่วยความจำแคช

2553/09/18

นักวิทย์เผยอีก 7 ปี ภาคกลางจมใต้น้ำ

นักวิทย์เผยอีก 7 ปี ภาคกลางจมใต้น้ำ


อดีตนักวิทยาศาสตร์องค์การนาซ่า ระบุ โลกร้อนส่งผลกระทบ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในอีก 7 ปีข้างหน้า ภาคกลางของประเทศไทย จะจมอยู่ใต้น้ำ

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์จากองค์การนาซ่า และผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะโลกร้อนระบุ ภาวะโลกร้อน จะส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ในอีก 7 ปีข้างหน้า โดยบรรยายเรื่องโลกร้อน ผลกระทบชาวเชียงใหม่ ที่โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ

พร้อมกันนี้ ดร.อาจอง ยังกล่าวว่า ปัญหาโลกร้อน ทำให้ปริมาณน้ำแข็งละลาย และไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร และส่งผลให้แกนขั้วโลก มีการเปลี่ยนแปลงและเปลือกโลกเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ทำให้หลายประเทศ รวมถึงภาคกลางของประเทศไทย จมอยู่ใต้น้ำจะเกิดสึนามิทางอ่าวไทย ที่ไม่เคยเกิดขึ้น ขณะที่ภาคเหนือของไทย จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง และบ่อยครั้งมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอยเลื่อนของเปลือกโลก แต่ความรุนแรงอาจไม่เกิน 6 ริกเตอร์ ซึ่งต้องการลดภาวะโลกร้อน ต้องหันมาช่วยเหลือกันมากขึ้น ลดการบริโภคนิยม และหันมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อโลกในที่สุด

2553/09/02

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) คืออะไร?

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) คืออะไร?

CAI ย่อมาจากคำว่า COMPUTER-ASSISTED หรือ AIDED INSTRUCTIONคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) หมายถึง สื่อการเรียนการสอนทางคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอสื่อประสมอันได้แก่ ข้อความ ภาพนิ่ง กราฟิก แผนภูมิ กราฟ วิดีทัศน์ ภาพเคลื่อนไหว และเสียง เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียน หรือองค์ความรู้ในลักษณะที่ ใกล้เคียงกับการสอนจริงในห้องเรียนมากที่สุดโดยมีเป้าหมายที่สำคัญก็คือ สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่ จะเรียนรู้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นตัวอย่างที่ดีของสื่อการศึกษาในลักษณะตัวต่อตัว ซึ่งผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ หรือการโต้ตอบพร้อมทั้งการได้รับผลป้อนกลับ (FEEDBACK) นอกจากนี้ยังเป็นสื่อ ที่สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างผู้เรียนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถที่จะประเมิน และตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนได้ตลอดเวลา

คุณลักษณะสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)
คุณลักษณะที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 4 ประการ ได้แก่
1. สารสนเทศ (Information) หมายถึง เนื้อหาสาระที่ได้รับการเรียบเรียง ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ หรือได้รับทักษะอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ผู้สร้างได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ การนำเสนออาจเป็นไปในลักษณะทางตรง หรือทางอ้อมก็ได้ ทางตรงได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทติวเตอร์ เช่นการอ่าน จำ ทำความเข้าใจ ฝึกฝน ตัวอย่าง การนำเสนอในทางอ้อมได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทเกมและการจำลอง
2. ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individualization) การตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล คือลักษณะสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน บุคคลแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันทางการเรียนรู้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นสื่อประเภทหนึ่งจึงต้องได้รับการออกแบบให้มีลักษณะที่ตอบสนองต่อความแตก ต่างระหว่างบุคคลให้มากที่สุด
3. การโต้ตอบ (Interaction) คือการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ช่วยสอนการเรียน การสอนรูปแบบที่ดีที่สุดก็คือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ สอนได้มากที่สุด
4.การให้ผลป้อนกลับโดยทันที (Immediate Feedback) ผลป้อนกลับหรือการให้คำตอบนี้ถือเป็นการ เสริมแรงอย่างหนึ่ง การให้ผลป้อนกลับแก่ผู้เรียนในทันทีหมายรวมไปถึงการที่คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่สมบูรณ์จะต้องมีการ ทดสอบหรือประเมินความเข้าใจของผู้เรียนในเนื้อหาหรือทักษะต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)
1. ช่วยให้ผู้เรียนที่เรียนอ่อน สามารถใช้เวลานอกเวลาเรียนในการฝึกฝนทักษะ และเพิ่มเติมความรู้ เพื่อปรับปรุงการเรียนของตน
2. ผู้เรียนสามารถนำคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปใช้ในการเรียนด้วยตนเองในเวลา และสถานที่ที่สะดวก
3. คอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถที่จะจูงใจผู้เรียนให้เกิดความกระตือรือร้น สนุกสนานไปกับการเรียน

ข้อพึงระวังของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

* ผู้สอนจะต้องมีความพร้อม ความชำนาญในการสอนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
* ผู้สอนควรมีการวางแผน และเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เรียนให้รอบคอบ ก่อนนำคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปใช้อย่างเหมาะสม
* การผลิตคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญมาก หากคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไม่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม จะทำให้ผู้เรียนรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนั้น ๆ
* ผู้ที่สนใจสร้างคอมพิวเตอร์ช่วยสอนควรที่คำนึงเวลาในการผลิตว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้มาตรฐานนั้นต้องใช้เวลาเท่าไร

โปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

CAI คืออะไร
CAI คือ โปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่มีหน้าที่เป็นสื่อการเรียนการสอน
เหมือนแผ่นใส (Transparent) สไลด์ (Slide) หรือวีดีทัศน์ (Video) ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจง่ายในเวลาอันจำกัด และตรงตามวัตถุประสงค์ของบทเรียนนั้น ๆ แต่เนื่องจาก
โปรแกรมเรียนคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ได้ครบทุกสื่อในเวลาเดียวและควบคุมการนำเสนอได้ด้วยตัว
เอง เรียกว่า “ สื่ออเนกทัศน์” หรือ “ มัลติมีเดีย” (Multimedia) ทำให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพ
สรุปได้ว่า CAI คือ
- เป็นสื่อการเรียนการสอน ช่วยครูทำการสอน
- เนื้อหาในโปรแกรมจะเป็นหน่วย ๆ ตามบทเรียนนั้น ๆ
- นักเรียนสามารถนำไปทบทวนเนื้อหา ศึกษาด้วยตนเอง
- ครูผู้สอน หรือผู้มีประสบการณ์ในเนื้อหาวิชานั้น ๆ จะทำได้ดีที่สุด
การจัดทำ CAI ที่ดีนั้น ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ
1. นักวิชาการ (Academic Expert)
2. นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Programmer)
3. นักสร้างสรรค์ (Producer)
4. นักศิลปะ (Artist)
ฉะนั้น CAI ก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยครูสอน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำ
หน้าที่แทนครูได้ทั้งหมด โดยที่ครูไม่ต้องทำอะไรเลย ครูยังจำเป็นที่ต้องคอยแนะนำและเตรียมเนื้อ
หา เพี่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ในเนื้อหานั้น ๆ ในเวลาจำกัด จึงกล่าวได้ว่า “ครูผู้สอน
จะเป็นผู้ที่ทำ CAI ได้ดีที่สุด”
การเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์
ระบบฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่ต้องการของโปรแกรม Authorware
1. ไมโครโพรเซสเซอร์ อย่างตํ่าต้องเป็น Pentium MMX 166 MHz
2. หน่วยความจำหลัก ควรจะมีขนาด 32 Mb
3. ส่วนควบคุมการแสดงผล ที่มีหน่วยความจำ 2 Mb เป็นอย่างตํ่า
4. ฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุอย่างน้อย 1 Gb
5. การ์ดเสียง + ลำโพง
6. จอภาพขนาด 14” ขึ้นไป

2553/08/25

ELS (EXTREME LONG SHOT) คือขนาดไกลที่สุด เป็นขนาดที่เน้นสภาพแวดล้อม หรือสถานที่โดยรวมๆ เพื่อบอกบรรยากาศ

LS (LONG SHOT) หรือขนาดภาพระยะไกล เป็นขนาดภาพที่เห็น วัตถุ บุคคล และ เหตุการณ์ครบถ้วน

MS (MIDIUM SHOT) หรือระยะปานกลาง จะเห็นภาพวัตถุหรือบุคคลลักษณะเด่นๆ ปานกลาง เห็นองค์ประกอบด้านหลัง

CU ( Close up ) or (Close shot ) เป็นขนาดของภาพระยะใกล้ ใช้นำเสนอให้เห็นรายระเอียดของวัตถุและบุคคลอย่างชัดเจนใกล้ชิด

ECU ( Extreme Close up ) หรือภาพระยะใกล้ที่สุด

2553/07/21

วิธี ทดแทนพลังงาน จากการ อดนอน

อดนอน

อดนอน

วิธีทดแทนพลังงาน


มีวิธีดูแลร่าง กายสำหรับคนอดนอน แนะนำจาก พ.ญ.ลลิตา ธีระสิริ แห่งศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี ความว่า ก่อนอื่นต้องยอมรับเสียก่อนว่าคนเราต้องนอนหลับในยามกลางคืน ไม่ใช่กลางวัน เพราะฮอร์โมนในร่างกายถูกธรรมชาติจัดสรรมาอย่างนั้น ในเวลากลางวันเมื่อมีแสงสว่าง ต่อมไพเนียล หรือต่อมเหนือสมอง จะหลั่งฮอร์โมนซีโรโตนินออกมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ากระฉับ กระเฉงเพื่อกิจกรรมดำเนินในยามกลางวัน

ราวๆ 4-5 โมงเย็น ตอนแสงสว่างลดลง ซีโรโตนินก็จะลดระดับลงเพื่อเตรียมให้ร่างกายได้พัก ในขณะเดียวกันต่อมไพเนียลก็หลั่งฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งชื่อเมลาโตนินออกมา ระดับเมลาโตนินในร่างกายจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ง่วงนอนในกลางคืน พอถึงประมาณตี 2 เมลาโตนินจะเริ่มลดระดับลง และซีโรโตนินก็จะถูกหลั่งออกมาในยามเช้ามืด พอดีเช้าเมลาโตนินหายไป ซีโรโตนินเพิ่มขึ้นมาได้ระดับเราก็ตื่นพอดี หากอดนอนก็เท่ากับฝืนวัฏจักรของฮอร์โมนตามธรรมชาตินี้ และว่ากันว่าทำให้ร่างกายเสียสมดุลและทำให้ป่วยได้ง่าย


ทางแก้หากต้องอดนอน มีดังนี้

1.กินอาหารที่อุดมด้วย วิตามินบีและซี เพราะเวลาอดนอนระดับฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลปั่นป่วน ทำให้เกิดความเครียดแบบลึกๆ จึงต้องแก้ด้วยวิตามินคลายเครียดประเภทบีและซีปริมาณมาก ดังนั้นในระยะนี้ต้องกินข้าวกล้อง กินผัก ผลไม้ กินน้ำผลไม้คั้นสด น้ำส้มคั้นสดๆ หากกินอาหารประเภทดังกล่าวไม่ได้ ให้ใช้วิตามินบี 100 วันละ 1 เม็ด และกินวิตามินซี 1,000 ม.ก. วันละ 2 เม็ด หลังอาหารเช้า

2.ถึงกลางคืนจำเป็นต้อง เติมพลังงานให้กับตัวเอง เพราะส่วนอาหารที่เรากินเข้าไปจะ ใช้ได้ประมาณ 6 ช.ม.เท่านั้น หากกินอาหารเย็น 6 โมง ถึงเที่ยงคืนพลังงานก็หมดแล้ว จะต้องเติมอาหารที่ให้พลังงานเข้าไป ทั้งนี้ ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายประเภทข้าวต้ม โจ๊ก น้ำข้าว ธัญพืช จะดีกว่าอาหารที่มีไขมันสูงอย่างนมวัว หรือเครื่องดื่มประเภทโกโก้ หรือมอลต์ เนื่องจากเวลาที่จะนอนมีน้อยอยู่แล้วไม่ควรกวนกระเพาะให้ย่อยอะไรที่ย่อยยาก เพราะจะทำให้หลับไม่สนิทดีนัก และมีอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ทำให้หลับง่ายกว่า เช่น ข้าวเหนียว กล้วย หากเลือกกินยามดึกได้จะทำให้นอนเร็วกว่า

3.ควรนอนทันทีหลังจาก เสร็จจากดูบอล หรือดูหนังสือ ไม่ควรเสียเวลาออกไปหาข้าวต้มรอบดึกกินนอกบ้านเพราะจะยิ่งมีเวลานอนน้อย และควรระลึกไว้ว่าน่าจะมีเวลานอนติดกันประมาณ 4 ชั่วโมง สุขภาพจึงจะไม่เสื่อมทรุดในระยะนี้ ถ้าต้องนอนตี 3 ก็แปลว่าควรจะตื่นตอน 7 โมงเช้าจึงจะดี


4.ไม่ควรแก้ง่วง ด้วยการดื่มกาแฟ หรือชา เพราะกาแฟมีฤทธิ์ 6-8 ชั่วโมง หากกินกาแฟตอน 4 ทุ่มก็แปลว่าจะหลับได้เอาตอนตี 4 ซึ่งจะทำให้เวลาพักผ่อนไม่พอ หากง่วงก็ควรงีบหลับก่อนแล้วค่อยตื่นมาดูหนังสือหรือดูโทรทัศน์เอาตอนดึก

5.ตื่นเช้าหลังจากอดนอน ควรกระตุ้นตนเองให้กระปรี้กระเปร่าด้วยวิตามิน ดังที่ได้ กล่าวแล้ว หรือจะใช้โสมกินร่วมด้วยก็ดีกว่าดื่มกาแฟ เพราะการใช้วิตามินกับโสมจะทำให้สมองปลอดโปร่งกว่ากินกาแฟ

2553/07/18

ปัญหาคอมฯ ถามอย่างไรให้ได้คำตอบ????

ปัญหาคอมฯ  ถามอย่างไรให้ได้คำตอบ???? คอมพิวเตอร์ , เสีย , รวน , ตั้งคำถาม ,

ทำไงดีคับ คอมเจ๊ง เป็นไรไม่รู้
คอมเจ๊งค่ะ ใช้ๆอยู่ก้อขึ้นจอฟ้า อะไรไม่รู้
มีปัญหาค่ะ อยู่มันขึ้นจอฟ้า ทำไงดีค่ะ
ฯลฯ
อีกหลากหลาย สารพัด สารพัน ร้อยแปด สี่พัน สองล้านคำถามเกี่ยวกับปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์
มีปัญหา รวน ไวรัสกิน สปายแวร์เล่นงาน เปิดไม่ได้ ชัตดาวน์ไม่ลง ลำโพงไม่ดัง
ที่ท่านหวังพึ่ง บรรดาผู้คร่ำวอด ผู้รู้ ผู้ที่เคยแก้ปัญหา เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในเว็บต่างๆ
นับ 10เว็บที่มี โดยการตั้งกระทุ้แล้วกระทู้เล่า
แต่
ไม่เคยได้คำตอบเลยซักอัน ไม่ได้แนวในการแก้ไขเลย จนพาลคิดว่า คนเล่นคอมฯ คนบ้าคอม
คุยกับคนไม่รู้เรื่อง สื่อสารกับคนไม่ได้ ตอบคำถามไม่ตรงประเด็น
ในขณะเดียวกันคุณ พลาดอะไรไปรึเปล่า ????
แน่นอน หลายต่อหลายครั้งที่ผมเองอยากจะตอบ อยากจะช่วยเหลือเสียเต็มประดา
แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เช่นเดียวกับคนเก่งคอมอีกหลายๆคน ที่อ่านกระทู้แล้วอยากจะบ้าตาย คากระทู้ในทันที เพราะอะไรน่ะเหรอครับ จะยกตัวอย่างซักอันที่เจอบ่อยสุดๆ
หัวข้อกระทู้ : ทำไงดีครับ คอมผมรวน
เนื้อความด้านใน : คอมมันรวนครับ เปิดขึ้นมามัน ก้อ error ทำไงดีครับ ช่วยผมที
ซึ่งเราจะเห็นทั่วไปครับ ไม่เชื่อไปดูได้เลยครับ หลายคนอยากช่วย แต่เจออย่างงี้ แทบจะร้องไห้
ต่อให้ ป๋า บิลล์ เกตส์ ยังตอบไม่ได้เลยครับ
เพราะ คุณไม่บอกอาการอะไร เลยแม้แต่นิดเดียว ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องไม่มี ระบบปฏิบัติการไม่รู้ อาการก่อนหน้านั้น ไม่บอก เหมือนกับคุณ ไม่สบาย ไปหาหมอ บอกแค่ว่าปวดหัว หมอก้อคงจะให้มาแค่ยา พารา กินครั้งละ 1 เม็ดทุก 6 ชั่วโมง ปวดมากกิน 2 เม็ด ห้ามกินติดต่อกัน เกิน........ หมอคงช่วยคุณได้เท่านี้ ถ้าคุณไม่บอกอะไรเพิ่มเติม
แต่นั่นในประเด็นของหมอ ที่สอบถามกันได้เลย แต่ในกระทู้ไม่ใช่ บางคน โพสต์ทิ้งไว้ พรุ่งนี้มาดูหวังคำตอบ หึหึ แล้วกว่าจะรุ้เรื่องกัน
ถามยังไงให้ได้ คำตอบ
เหมือนกับคุณไปหาหมอ คุณก้อต้องบอกที่มาที่ไปว่า ก่อนหน้าที่ ไปทำอะไรมา มีอาการอย่างไร ทานยาอะไรมาบ้าง รวมทั้งแพ้ยาอะไร หมอจะได้รักษาถูกครับ จริงไหม คอมก้อเหมือนกัน คุณต้องบอกรายละเอียดให้มากที่สุด เท่าที่คุณรู้ เพื่อจะได้เจาะประเด็น มุ่งเป้าหมายในการแก้ไขได้เต็มที่
รายละเอียดที่จำเป็นคือ
1.spec เครื่อง ว่า ใช้ cpu ความไวเท่าไหร่ แรมมีกี่เมก การ์ดจอออนบอร์ดหรือไม่ ฮาร์ดดิสต์เท่าไหร่ ถามว่ามันมีประโยชน์อะไร มีครับ เพราะถ้าเครื่องคุณ 486DX II แรม 8 เมก ลง วิน xp เปิดไม่ติด (อันนี้ยกตัวอย่างนะครับ เพราะยังไงมันก้อลงไม่ได้อยู่แล้ว พูดให้เวอร์ไปอย่างงั้น)
2.ระบบปฏิบัติการที่ใช้ เช่น Windows 2000 windows XP windows 98 หรือ Linux ของค่ายไหน mandrak suse redhat ฯลฯ เพราะแต่ละอัน แต่ละระบบมีวิธีการแก้ปัญหา ไม่เหมือนกัน อาจจะคล้ายๆกัน แต่ไม่ทั้งหมด
3.โปรแกรมจำพวก Security บางคนถามว่า มันจำเป็นขนาดที่ต้องบอกเลยเหรอ ตอบว่าอย่างงี้ว่าจำเป็นครับ ผมเคยเจออยู่คือ กรณีแรก บอกผมว่าต่อเน็ตไม่ได้ ออนMSN คุยกันอยู่นาน แต่ไม่ได้ แต่สุดท้ายคือ เค้าลงโปรแกรมพวก personal firewall แล้วตั้งค่าไม่เป็น มันเลยบล็อกพวกIE ไป
หรืออีกกรณีนึง บอกว่า ลงสแกนไวรัสไปแล้วเปิดไม่ขึ้น ถามไปถามมา ปรากฏว่า ดันคึก ลอง Norton คู่กับ Mcafee หวังจะให้มันทำงานดีขึ้น เพราะช่วยกัน หึหึ ในทางแนวคิดนี่ใช้ได้ครับ แต่เลือกโปรแกรมไม่ถูก
4.อาการก่อนหน้านี้ หรือ ก่อนเกิดปัญหา เช่น ใส่ การ์ดจอไปใหม่ หรือว่า ถอดแรมออก หรือลงไดร์เวอร์ใหม่ พวกนี้จะช่วยได้อย่างมาก เพราะบางครั้ง การ์ดจอ ลงไปแล้ว ปรากฏว่า ไม่ติด แต่เห็นที่ร้านเทสต์มา ติด เลยโทษโน่น โทษนี่ มั่วไปเลย ก้อมี อันนี้ก้อเคยเห็น
5.อันอื่นๆ เท่าที่จะบอกได้ เช่น ใช้ ฮาร์ดดิสไปจะเต็ม หรือว่า ฮาร์ดดิสมันเสียๆอยู่ เป็นต้น เพื่อจะได้มุ่งเป้าไปได้ถูกต้อง ครับผม
6.ถามตัวเองก่อนนะครับว่า ก่อนที่จะตั้งกระทู้ คุณตรวสอบบางอย่างดังต่อไปนี้แล้ว
- เสียบปลั้ก แล้วหรือยัง
- เปิด สวิตซ์ แล้ว
- สาย เม้าส์ คีย์บอร์ดเสียบแล้ว
- สายจอ เสียบถูกต้อง เรียบร้อย
เล็กน้อยอย่างนี้ อย่า มองข้ามครับ เพราะเคยเจอเพื่อนโทรมาตามตั้งแต่ 7.00 โมง ให้ไปซ่อมคอมให้หน่อย ลำโพงไม่ดัง ไปถึง ปรากฏว่า มันไม่เสียบสายสำโพง จะบ้าตาย
หวังว่า คงจะพอเป็นแนวทางได้นะครับให้ คนบ้าคอม อย่างพวกผม พอที่จะช่วยเหลือ คนไม่เก่งคอมได้บ้าง จะได้ไม่ต้องบ่นกันว่า คนไทยด้วยกัน ทำไม ไม่ช่วยกันบ้างหนอ ตัดพ้อกันไปทะเลาะกันมาครับ

มาสร้าง ธีมมือถือ ด้วยตัวคุณเองใน ownskin กัน

มาสร้าง ธีมมือถือ  ด้วยตัวคุณเองใน ownskin กัน ownskin , themes , mobile , phone , ธีม ,  มือถือ , โทรศัพท์ ,

วันนี้ผมมาแนะนำเวป ที่สามารถเนรมิต ธีมโทรศัพท์มือถือ ให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวคุณเอง อ่า อย่าพึ่งคิดว่าจะมาติดตั้งโปรแกรมให้วุ่นวาย หรือ ต้องเสียเงินในการโหลด เพราะบริการนี้ฟรี!!!

มารู้จักกับโปรแกรมกันก่อน เข้าง่ายได้ๆ เพียงแค่คลิกไปที่ http://www.ownskin.com

1. เริ่มแรกคุณจะต้องสมัครสมาชิกก่อนเลย ง่ายๆไม่ยุ่งยาก

2. จากนั้นก็เลือกสิ่งที่คุณต้องการจะสร้างสรรค์ผลงาน ผมก็บรรจงคลิกไปที่ สร้างธีม

3. จากนั้นก็เลือกรุ่นโทรศัพท์ที่ใช้กันอยู่ อันนี้ของใครของมันนะครับ ไม่ต้องลอกตาม

4. จากนั้นก็นำรูปที่ต้องการมาใส่ ห้ามเกิน 1 MB ยังไม่ต้องตัด รูปก็ได้ เดี๋ยวมีให้ตัดทีหลังไปดูดภาพ Pretty จากเวป Mthai มาก่อนเลย ใช้รูป Pretty ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

5. เลือกตามความสามารถของเรา ถ้าเซียนแล้วเลือกด้านบน ถ้ามือใหม่หัดเล่นเลือกด้านล่าง

6. มาแล้วๆๆ ขั้นตอนสุดท้าย เลือกโหลดเก็บไปยังคอมพิวเตอร์ แล้วค่อยนำไฟล์ย้ายลงมือถือ แต่ถ้าจะจะโหลดเข้ามือถือเลยผ่าน WAP อันนี้เสียค่าบริการตามเครือข่ายนะครับ

เห็นมั้ยละครับ ง่ายนิดเดียว ยังมีบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับมือถือ ให้ได้ลองเล่นกันด้วย สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ รับรองธีมมือถือของคุณจะไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

แถมวิธีการทำการเคลื่อน ไหว ดุ๊กดิ๊ก

แต่งภาพได้ในตัวอีกนะเนี้ย

เดี๋ยวขอตัวไปทำ ธีมในสไตล์ธรรมชาติ สวยงาม บ้างดีกว่า ใครทำเสร็จแล้วอย่าลืมมาโพสมาอวดกันด้วยนะครับ

มาอัพเกรดฮาร์ดไดรฟ์ให้แล็ปท็อปของเรากันเถอะ!

มาอัพเกรดฮาร์ดไดรฟ์ให้แล็ปท็อปของเรากันเถอะ! Hard , drive ,  EZupdate ,  ,

เคยพบว่าฮาร์ดไดรฟ์ของแล็ปท็อปตัวเก่าของคุณมีหน่วย ความจำไม่พอกับความต้องการบ้างหรือเปล่า? หากเป็นอย่างนั้น วันนี้เรามีวิธีในการอัพเกรดฮาร์ดไดรฟ์เพิ่มหน่วยความจำให้กับแล็ปท็อปของ คุณแล้ว...

ตัวอย่างเช่นหากต้องการอัพเกรดฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 30GB ให้เพิ่มเป็น 100GB คือคุณจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์บางตัวที่จะทำการก็อปไดรฟ์ตัวเก่าไว้ก่อน ทำเป็นสำเนาเพื่อจะเอาใส่เข้าไปในไดรฟ์ตัวใหม่อีกทีนึง และจากนั้นก็ต้องรู้วิธีที่จะนำฮาร์ดไดรฟ์ตัวใหม่ใส่เข้าไปในแล็ปท็อป

หากมีชุดอุปกรณ์ในการอัพเกรดอย่าง EZ upgrade ที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ในการโอนถ่ายข้อมูล ก็จะทำให้ขั้นตอนง่ายขึ้น มันจะทำการโอนถ่ายข้อมูลจากไดรฟ์ตัวเก่าไปยังไดรฟ์อีกตัวหลังจากทำการอัพ เกรด

ก่อนทำการอัพเกรด
ก่อน ที่เราจะเริ่มโอนถ่ายข้อมูลนั้น เราจะต้องทำความสะอาดไดรฟ์ตัวเก่าเสียก่อน โดยการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น และถอนการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ทิ้งไปซะอย่าเสียดาย ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องมาเสียเวลากับการโอนถ่ายข้อมูลที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ ด้วย จากนั้นก็ต้องเรียบเรียง (defragment) ข้อมูลในไดรฟ์ซะใหม่

โอนถ่ายข้อมูล


ใส่ไดรฟ์ตัว ใหม่ (100GB) เข้าไปในเคส (อุปกรณ์การอัพเกรดฮาร์ดไดรฟ์) อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะฮาร์ดไดรฟต้องระวังให้มาก อย่าให้เกิดการกระแทกหรือแรงกดใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากภายในนั้นมีอุปกรณ์ที่ค่อนข้างจะบอบบางอาจเกิดการเสียหายได้

จากนั้นต่อสาย USB และไดรฟ์จากเคสไปยังแล็ปท็อป ใส่ซอฟต์แวร์ EZ Gig ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ในการก็อปปี้ข้อมูลจากดิสก์ และทำการบูทเครื่องจากแผ่นซีดีได้โดยตรง ในการบูทเครื่อง ให้เลือก Automatic เพื่อที่ซอฟต์แวร์จะได้เซ็ทอัพวิธีการก็อปปี้ข้อมูล มันจะขึ้นคำถามถามคุณว่าจะลงไดรฟ์ตัวใหม่หรือตัวเก่า เลือกให้ถูกต้องแล้วตอบเพื่อเริ่มการทำงาน การโอนถ่ายข้อมูลใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูลที่ก็อปปี้

เปลี่ยนฮาร์ดไดรฟ์
เมื่อ โอนถ่ายข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ให้ปิดเครื่อง ถอดปลั๊กและแบตเตอรี่ออกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการทำงานของระบบไฟฟ้าอยู่ จากนั้นก็เปิดหนังสือคู่มือเพื่อหาวิธีการเอาฮาร์ดไดรฟ์ตัวเก่าออกจากแล็ป ท็อป เมื่อพบแล้วให้ทำตามขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง

เมื่อเอาฮาร์ดไดรฟ์ตัวเก่าออกจากแล็ปท็อปแล้วให้ดูว่ามีฐานรองฮาร์ดไดรฟ์ ตัวเก่าอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้เปลี่ยนเอาตัวใหม่ใส่เข้าไปแทน

จากนั้นให้นำฮาร์ดไดรฟ์ตัวใหม่ออกจากเคสแล้วนำมาใส่แล็ปท็อป ใส่แบตเตอรี่เข้าไปอีกครั้ง และรีสตาร์ทเครื่อง หากแล็ปท็อปไม่ทำงาน ให้ใส่ไดรฟ์ตัวเก่ากลับเข้าไปอีกทีนึง และตรวจสอบไดรฟ์ตัวใหม่ให้ดี

หากแก้ไขเรียบร้อยแล้ว แล็ปท็อปของคุณจะมีหน่วยความจำเพิ่มเป็นสองหรือสามเท่าของฮาร์ดไดรฟ์ตัวเก่า

ภาพเคสที่ใช้ในการแบ็คอัพไดรฟ์

การเก็บรักษาคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปให้มีสภาพดีและปลอดภัย

หากคุณเป็นคนที่ภูมิใจในคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของ คุณนักหนา คุณก็คงต้องการที่จะเก็บรักษามันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แน่นอน นอกจากการทำความสะอาดหน้าจอและการปัดฝุ่นออกจากคีย์บอร์ดแล้ว ก็มีวิธีที่จะทำให้คอมพิวเตอร์อยู่รับใช้คุณไปได้นานเท่านาน

เรื่องของคุณภาพของอุปกรณ์ คุณต้องพยายามรักษาให้อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ในสภาพแวดล้อมที่มีความเย็นหน่อย เช่น ในห้องแอร์ เป็นต้น คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปส่วนใหญ่จะเกิดความร้อนที่ตัวเครื่องได้ง่ายในพื้นที่ ที่เล็กมากๆ เมื่อรวมกับพลังงานจากแบตเตอรี่ด้วยแล้วทำให้ความร้อนเพิ่มขึ้นทุกขณะ ดังนั้นอย่าทำอะไรที่เป็นการบังตัวพัดลมที่อยู่ด้านข้าง ด้านหลัง หรือด้านบนของเครื่องเป็นอันขาด เพื่อให้เครื่องได้มีช่องระบายความร้อนบ้าง อากาศที่ถ่ายเทสะดวกนี้ช่วยให้รักษาอุณหภูมิภายในให้ต่ำลงได้

หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าจอ LCD เพราะหน้าจอแสดงผลแบบ LCD นี้เป็นอุปกรณ์ที่มีความบอบบางซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงการทำความสะอาดที่จะต้องระมัดระวังให้มากๆ คุณคงไม่ต้องการให้หน้าจอของคุณเกิดความเสียหายและก็คงไม่อยากที่จะเสียเงิน เพื่อซ่อมแซมหรือซื้อใหม่หรอก!

ระวังอย่าทำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหล่นระหว่างเดิน ทาง และอย่าวางไว้ใกล้ขอบโต๊ะ หรืออุปกรณ์อื่นๆที่ไม่มีความมั่นคง หรือจะให้ดีต้องรองรับด้วยพื้นที่ทำด้วยยาง วิธีนี้จะป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวเคสภายในได้ แม้บางครั้งอุบัติเหตุก็เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมแต่หากเราระมัดระวังที่ตัว เราจะดีกว่าแน่นอน

หากคุณต้องการที่จะรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ ในระหว่างที่ทำงานไปด้วย ก็ระวังอย่าให้น้ำหกรดแล็ปท็อปของคุณก็แล้วกัน เพราะมันอาจมีผลให้แล็ปท็อปของคุณเกิดความเสียหายได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวคีย์บอร์ดเท่านั้นแต่เป็นตัวคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง หากทำน้ำหกใส่เครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปให้เช็ดออกโดยทันทีทั้งคีย์บอร์ด, touchpad และแม้แต่หน้าจอก็ให้เช็ดด้วย เป็นการป้องกันไว้ก่อน

เพื่อเป็นการป้องกันแบบสมบูรณ์แบบ ขั้นแรกแน่นอนที่สุดคือ คุณจะต้องมีโปรแกรม antivirus ข้อสองคือ ต้องทำการอัพเดทโปรแกรมตลอด การซื้อ antivirus มาเดือนหนึ่งและไม่ทำการอัพเดทเลย คอมพิวเตอร์ของคุณอาจมีไวรัสตัวใหม่อยู่เป็นร้อยๆพันๆตัวในหลายเดือนที่ผ่าน มาก็ได้ แต่ในตอนนี้โปรแกรม antivirus ส่วนใหญ่จะมีวิธีการอัพเดทโดยอัตโนมัติ เพื่อคุณจะได้ไม่ต้องมานั่งอัพเดทกันทุกๆเดือน

Pop-ups เป็นตัวอันตรายที่ก่อความรำคาญมากที่สุดบนแล็ปท็อปของคุณ คุณต้องมีตัวบล็อกเจ้า pop-up อย่างเช่น Google Toolbar (located at http://tools.google.com) เพื่อป้องกัน pop-up ไม่ให้เพิ่มขึ้นมา

มาพูดเรื่อง spyware กันต่อ คุณต้องมีซอร์ฟแวร์ที่สามารถฆ่าเจ้า pop-ups เครื่องมือที่ดีที่สุดที่มีชื่อว่า Ad-Aware ของ Lavasoft ซึ่งคุณสามารถอัพเดทโปรแกรมนี้ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อหารูปแบบของ spyware ตัวใหม่และมันสามารถหาและทำลาย spyware ทั้งหมดที่อยู่บนคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของคุณได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่จะแนะนำสิ่งสุดท้ายคือ ใช้ firewall บนอินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ แม้ว่าคุณจะใช้ firewall ที่มีอยู่ใน Windows XP (หรือซื้อมาจากบริษัทอื่นอย่างเช่น Norton) การป้องกันก็อยู่ในระดับดีแน่นอน การบล็อกพอร์ทที่ไม่จำเป็นและการปิดช่องโหว่ทั้งหมดจะช่วยให้ป้องกันพวกแฮ กเกอร์หรือไวรัสไม่ให้เข้ามายัง hard drive ของคุณได้ ประกอบกับมีตัว antivirus คอมพิวเตอร์ของคุณก็จะปลอดภัยจากไวรัสทั้งหลาย ตราบใดที่คุณทำการอัพเดทตัวต้านไวรัส รักษาแล็ปท็อปให้ปราศจาก spyware และบล็อก pop-ups ที่โผล่ขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอแล้วละก็ มั่นใจได้เลยว่าคอมพิวเตอร์ของคุณจะใหม่และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ นานเท่านาน



วิธีการใช้งานแบตเตอรี่ให้นานที่สุด สไตล์คนใช้ MAC

กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ สำหรับ tip & trick ซึ่งทิปที่จะนำมาฝากในวันนี้ เหล่าสาวกผู้ใช้ mac ทั้งหลายไม่ควรพลาดเลย เพราะเรามีทิปการใช้แบตเตอรี่ให้ยาวนานที่สุด มาฝาก สไตล์คนใช้ mac เลยแหล่ะ หลังจากที่เคยลง tip นี้แต่เป็นของโน้ตบุ้คทั่วๆไปกันไปแล้ว อย่ารอช้า เรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าจะมีวิธีการยืดอายุแบตของ เครื่อง mac สุดรักของเรายังไง

ปรับโหมดแบตเตอรี่ของเราให้เป็นโหมดประหยัดพลังงาน มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้

1. เข้าไปที่ apple menu แล้วเลือก system preferences




2. เมื่อเข้าสู่ system preferences แล้วจะเห็น ไอคอนหลักๆอยู่ 5 ไอคอน ซึ่งถือว่าเป็น 5 เมนูหลักนั่นเอง ให้เรา คลิกที่ show all


3. เมื่อเราคลิก show all ไปแล้ว จะมีเมนูย่อยๆขึ้นมาอีก ให้เราสังเกตที่ หมวด hardware หาคำว่า energy saver เมื่อเจอแล้ว คลิกเข้าไปเลย



4. จากนั้นจะเข้าสู่ energy saver ตามที่เราต้องการ

5.คลิ กเข้าไปตรงส่วนของ sleep ให้เราเลือก ตั้งเวลา ในส่วนของ " Put the computer to sleep when it is inactive for " ซึ่งหมายถึง เวลาที่ เครื่อง mac ของเราจะเข้าสู่โหมด sleep หลังจากที่ไม่ได้ใช้เครื่องนานเท่าใด โดยในที่นี้ ตั้งไว้ 15 นาที


6. ในหัวข้อถัดมา จาก Put the computer to sleep for จะเป็นการเลือกในส่วนของ ตั้งเวลา เช่นกัน แต่เป็นการตั้งเวลาให้ หน้าจอ ของ mac เข้าสู่โหมด sleep หรือดับลง หลังจากที่ไม่ได้ใช้งาน นานเท่าใด ซึ่งในที่นี้ ผมตั้งไว้ 5 นาทีครับ จะตั้งไว้น้อยกว่านั้นก็ได้นะครับ

เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆเพียงเท่านี้ ก็ทำให้เราประหยัดแบตเตอรี่ไปได้มากโขทีเดียวแล้วครับ แต่ยังไม่หมดเท่านี้
ยังมีอีกหลายวิธีที่ทำให้เราใช้พลังงานจาก แบตเตอรี่ mac สุดโปรดให้ได้นานที่สุด

ตั้งความสว่างของหน้าจอ



กดปุ่ม F1และF2 เพื่อปรับค่าความสว่างของหน้าจอ โดยปรับให้สว่างให้น้อยที่สุด แต่ก็ให้เรามองแล้วดูสบายๆนะ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน จากแบตเตอรี่

ปิดการใช้งาน บางฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น รวมถึง การเชื่อมต่อต่างๆ


1. ที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือ เวลาที่เราดูหนังฟังเพลง รวมถึงเล่นเกมส์ ถ้าเล่นจากแผ่นซีดี ดีวีดี เรามักจะใส่แผ่นทิ้งไว้เสมอ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเลย เพราะว่า เครื่องจะมีการอ่านแผ่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เปลืองแบตเตอรี่ไปเยอะทีเดียว สรุป อย่า ใส่แผ่น ซีดี ดีวีดี ทิ้งไว้

2. นอกจากนี้ เวลาที่เราไม่ได้ใช้งานเชื่อมต่อพอร์ตต่างๆก็ให้ถอดออก อย่างเช่น เม้าส์ handydrive เป็นต้น สรุป ไม่ได้ใช้งาน เม้าส์ ถอดเม้าส์ ไม่ได้ใช้งาน usb ถอด usb

3. ที่เห็นอยู่บ่อยๆอีกสิ่งหนึ่ง คือ การเปิด บลูทูธทิ้งไว้ ทั้งๆที่ไม่ได้เชื่อมต่อ การทำแบบนี้ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ แล้วเราจะปิดการใช้งานฟีเจอร์นี้อย่างไรดีล่ะ ก็หนุปิดไม่เป็นนี่นา ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมนายปอ จะบอกให้ว่า ปิดการใช้งาน บลูทูธอย่างไร สรุป เปิด บลูทูธทิ้งไว้ เปลืองแบต

วิธีการ " ปิดการใช้ งานบลูทูธ " ไม่ยากครับ มีเพียง 4 ขั้นตอนเท่านั้น

1. ที่ apple menu ให้เลือก system preference (เหมือน ในการปรับโหมดแบตเตอรี่เลยเนอะ)
2. คลิก show all แล้วมอง ในหมวด hardware (เช่นเดียวกับ ก่อนหน้านี้ที่เราเข้าสู่ energy saver เลย) จากนั้น ให้เราคลิก ที่คำว่า bluetooth
3. เมื่อเข้าสู่ในส่วนของ bluetooth ให้เราคลิกที่ แทบ settings
4. จากนั้น ก็เลือก turn bluetooth off เพื่อปิดการใช้งานไปเลย

สำหรับที่กล่าว มาทั้งหมดนี้ ก็ล้วนแต่เป็นวิธีที่ประหยัดการใช้พลังงานเพื่อให้เราใช้แบตเตอรี่ได้นานที่ สุด เราจะได้ ใช้ mac สุดรักของเรา คุยกับแฟนนานๆ เอ้ย ทำงาน นานๆไงครับ แหะๆ ก็ลองนำไปใช้ดูนะครับ และถ้ามีความคิดเห็น ข้อติชม อย่างไร ก็ฝากไว้ได้ที่ คอมเม้นต์ ด้านล่างเลย สำหรับวันนี้ ขอลาไปก่อน บ๊ายบายคร๊าบ............
http://tech.mthai.com/views_2_MAC-battary-apple_64_28439_1.html

Computer tips: ถนอมแบตเตอรี่ โน้ตบุ๊คของคุณอย่างถูกต้อง ก่อนจะสาย

Computer tips:  ถนอมแบตเตอรี่ โน้ตบุ๊คของคุณอย่างถูกต้อง ก่อนจะสาย computer , tips ,  battery , lithium ,

ท่านที่ใช้งาน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเป็นประจำ หรือมีใช้งานบ้าง หรือแม้แต่การใช้งานในกลุ่มอื่นๆ ของ แบตเตอรี่อย่าง Lithium-ion เช่น Ipod เป็นต้น มักจะมีคำแนะนำต่างๆ ที่ได้รับรู้มาบ้าง เป็นต้นว่า ควรใช้ให้แบตเตอรี่เกือบหมดจึงค่อยชาร์ต หรือ อย่าให้ประจุหมดเสียทีเดียวจึงจะชาร์ต มาบ้าง แต่คราวนี้ลองมาดูรายละเอียดแบบจริงๆ จังๆ กันบ้างครับ

สำหรับแบตเตอรี่ในกลุ่มของ Lithium-ion ส่วนมากแล้วจะพบได้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Notebook เกือบทุกรุ่น (อาจจะยังมีบางรุ่น หรือรุ่นเก่าๆ ที่ยังเป็นNickel-based batteries) , ipod รุ่นต่างๆ , มือถือ หลายๆรุ่น จนถึง Iphone ที่เพิ่งจะวางตลาดใน US เป็นต้นครับ

ซึ่งการทำงานของแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ มักจะสามารถชาร์ตใช้งานกันได้ต่อเนื่องเลยทันที ไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง แต่อย่างใดครับ เพราะแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ นั้นจะนับรอบของการชาร์ต แต่ไม่ได้นับจำนวนครั้งในการชาร์ต

หลายท่านอาจจะงงว่า มันแตกต่าง กันอย่างไรระหว่างการนับจำนวนครั้งในการชาร์ต กับการนับรอบของการชาร์ต

โดยปรกติแล้ว แบตเตอรี่จะมีจำนวนครั้งโดย เฉลี่ยในการใช้งานอยู่ระดับหนึ่ง แตกต่างกันไปแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น การนับจำนวนครั้งในการชาร์ตคือ สมมุติว่า เราใช้งานแบตเตอรี่ ไป 10% แล้วเราทำการเสียบชาร์ต นั่นคือ 1 ครั้งของการชาร์ตแบตเตอรี่

ส่วนจำนวนรอบชองการชาร์ตจะแตกต่างไปครับ คือ จะนับเมื่อการชาร์ต ครบ 100% (ดูภาพด้านล่างประกอบ)

battery notebook lithium-ion

เช่น วันนี้ เราใช้แบตเตอรี่ไป 40% แล้วชาร์ตจนเต็ม พรุ่งนี้ใช้ไปอีก 20% แล้วก็ชาร์ตอีก วันถัดไปใช้ไป 30% วันถัดไปใช้อีก 20% แล้วชาร์ต (ซึ่งนี่คือ ปรกติที่เรามักจะใช้ๆกันนั่นล่ะครับ)

1 รอบของการชาร์ต ก็จะถูกนับเมื่อครบ 100% นั่นคือ 40% (วันแรก) + 20% (วันที่ 2) + 30% (วันที่ 3) + 10% (ของวันที่ 4) ก็จะเท่ากับ 1 รอบครับ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า จากตัวอย่าง เมื่อนับรอบแล้ว จะเท่ากับ 1 รอบ กับเศษอีก 10% (นับจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น) แต่มีการชาร์ตทั้งหมด 4 ครั้ง ครับ

ซึ่งจะเห็นได้ว่า การชาร์ตที่แบตเตอรี่ เมื่อไหร่ ตอนไหน และกี่ครั้งก็ตาม สำหรับแบตเตอรี่ Lithium-ion แล้วจะไม่สนใจครับ เรียกว่า ชาร์ตได้ทุกครั้งที่ต้องการ ไม่ต้องรอให้หมดก่อนแล้วจึงค่อยชาร์ต

แล้วจะถนอมแบตเตอรี่อย่างไร หรือว่าไม่ต้อง ???

สำหรับการชาร์ตนั้น จะเห็นได้ว่า แบตเตอรี่ ในกลุ่มนี้ สามารถชาร์ตได้ทุกครั้งตามต้องการ นับเพียงจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น การถนอมแบตเตอรี่จึงตกอยู่ที่การใช้งานเป็นหลักคือ

1. พยายามลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง ซึ่งแม้ว่า การแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์แต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานนั้นๆ แล้วก็ตาม แต่หากเราลดการใช้กำลังไฟ ที่ไม่จำเป็น ก็จะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่ และช่วยยืดอายุการใช้งานได้ เช่น สำหรับ Notebook เมื่อไม่ได้ใช้งาน wireless lan, bluetooth ก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้ เพราะว่าระบบเหล่านี้ ก็จะทำงานกินไฟไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น

2. พยายามถอดแบตเตอรี่ออกทุกครั้งที่มีการเสียบไฟบ้าน สำหรับในกรณีนี้ เป็นข้อแนะนำที่อาจจะดูกลางๆ หรือว่า ไม่จำเพาะเจอะจงว่าต้องทำ เนื่องจาก Notebook หลายๆ รุ่นจะมีระบบตัดไฟอยู่แล้วเมื่อพบว่า Battery เต็มอยู่ ก็จะปรับไปใช้งานระบบไฟบ้านเพียงอย่างเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Notebook ทุกรุ่นจะมี หรือสามารถทำได้ ยังมี Notebook อีกหลายรุ่นที่ไฟจะถูกดึงจาก battery เป็นหลัก แม้ว่าจะเสียบไฟบ้านก็ตาม

ซึ่งผลของมันคือ จะทำให้ Battery ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งชาร์ตและจ่ายไฟในคราวเดียวกัน ส่งผลทำงานมากขึ้น เกิดความร้อน และทำให้ cell battery เสื่อมในที่สุดนั่นเอง

3.ควรเคลียร์ Cell Battery ทุกๆ สามสิบครั้งของการชาร์ต เนื่อง จากแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ จะนับจำนวนรอบและชาร์ตพลังเดิมได้ตลอด ทำให้หลายๆ ครั้งที่ ประจุ มีอาการเหมือนกับคั่งค้างอยู่ใน แบตเตอรี่ จนทำให้เจ้า Noteboook ของคุณแสดงปริมาณของไฟ ไม่ตรง ซึ่งสังเกตุได้จาก อาการที่ เครื่องปิดตัวเองเหมือนกับแบตเตอรี่อ่อน ทั้งๆ ที่เครื่องของคุณยังแสดงปริมาณเหลืออีกเกือบครึ่งเป็นต้น

นั่น หมายถึงว่า มีประจุคั่งค้างใน cell battery เสียแล้ว วิธีการแก้ไขคือ ทุกครั้งการชาร์ตไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตหมดจริงๆ แล้วชาร์ตให้เต็มซักครั้ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หรืออาจจะใช้งานให้จนหมดซักสองถึงสามครั้งแล้วชาร์ตจนเต็ม

4. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน เพราะหลายท่านมักจะพกพาเอา Notebook ไปไหนมาไหนเสมอ มักจะทิ้งไว้ในรถยนต์ โดยท่านไปทำกิจธุระอื่นๆ ทั้งวัน

การทิ้งแบตเตอรี่ไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หากจอดไว้ในที่ร่มคงไม่เป็นไร แต่ถ้าจอดไว้กลางแดดแล้วละก็จะทำให้ Cell battery ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติครับ

5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ หรือในกล่องที่นำไฟฟ้าได้ เพราะหลายครั้งที่แบตเตอรี่เสียเนื่องมาจากเกิดการชาร์ตในระหว่างการเก็บ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น

6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และต้องการเปลี่ยน cell battery ภายใน ควรเลือกที่จะให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง เพราะการเปลี่ยน cell batery ภายในนั้นหลายครั้งที่มีการใส่ cell ผิดแบบ ผิดประเภท จนทำให้เครื่องพังได้ครับ

7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้าน Technology จากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ล่าสุดเราจะได้ยินข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค ระเบิด ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิต ก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซตืของผู้ผลิตเอง เรียก Battery รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ ให้เป็นต้น

ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยืดอายุการใช้งาน Battery และ Notebook ของคุณได้นานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปวิธีนี้ไปใช้งานกับ Battery ในกลุ่มของ Lithium-ion ได้อีกด้วย

วิธีแบ่งพาร์ทิชั่นให้กับฮาร์ดไดรฟ์

วิธีแบ่งพาร์ทิชั่นให้กับฮาร์ดไดรฟ์ Patition , Manager , 8.5 ,  Personal , Edition , Hard , drive ,


การแบ่งพาร์ทิชั่นจะช่วยให้คุณ ค้นหาไฟล์ข้อมูลต่างๆได้ง่ายและช่วยให้โน้ตบุ๊คทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย

ช่วงนี้ความจุของฮาร์ดไดรฟ์สำหรับโน้ตบุ๊คที่กำลังได้รับ ความนิยมเป็นอย่างมากคงอยู่ประมาณ 200GB บางทีขนาดความจุเยอะๆ ก็ทำให้ปวดหัวกับการหาข้อมูลบ้างในบางคราว โดยเฉพาะหากคุณจัดเก็บข้อมูลทุกๆอย่างไว้ในพาร์ทิชั่นเดียวกันหมด ในขณะเดียวกันการแบ่งพาร์ทิชั่นเป็นสองส่วนหรืออาจจะมากกว่านั้นไม่เพียงแต่ จะช่วยให้จัดเก็บไฟล์ต่างๆได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่มันยังพัฒนาการทำงานได้ดีขึ้น คือยิ่งข้อมูลมีขนาดย่อยลงเท่าไร ฮาร์ดไดรฟ์ก็ยิ่งทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้น และหากคุณต้องการที่จะรักษาสภาพการทำงานของ Windows XP ไว้ขณะที่จะทดสอบไดรฟ์กับ Vista คุณก็จำเป็นที่จะต้องสร้างพาร์ทิชั่นสำรองให้ทำงานได้ทั้งสองระบบ

ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถสร้างพาร์ทิชั่นใน Windows XP ที่ใช้ Disk Management ได้ แต่ออปชั่นการทำงานของคุณมีจำกัด อย่างเช่น คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนขนาดพาร์ทิชั่นที่ทำงานอยู่หรือจะสร้างพาร์ทิชั่นใหม่ โดยไม่บูธเครื่องก็ไม่ได้อีก แต่ถ้าเป็น Partition Manager 8.5 Personal Edition จาก Paragon Software จะช่วยให้คุณสามารถทำได้ทั้งสองอย่างหรือมากกว่านั้น ในกระบวนการขั้นพื้นฐานอย่าง การสร้างพาร์ทิชั่น, การฟอร์แมท และการลบพาร์ทิชั่นต่างๆ โปรแกรมนี้จะช่วยเปลี่ยนระบบไฟล์, ก็อปปี้และรวมพาร์ทิชั่นที่มีอยู่ จากนั้นก็ทำการเรียบเรียง MFT (Master File Table) และทั้งหมดโดยที่ข้อมูลไม่สูญหาย และซอฟต์แวร์ตัวนี้ยังสามารถกู้ไฟล์ที่เสียหายจากพาร์ทิชั่นขึ้นอีกครั้งได้ โดยไม่ต้องบูธเครื่องใหม่ ต่อไปนี้คือวิธีที่เราจะใช้ Partition Manager 8.5 เพื่อสร้างพาร์ทิชั่นฮาร์ดไดรฟ์ตัวใหม่

1. ก่อนอื่นต้องซื้อซอฟต์แวร์กันก่อนโดยไปที่ www.partition-manager.com และคลิกที่ปุ่ม Order On-line ที่อยู่ตรงกลางด้านบนสุดของหน้าจอ มันจะนำคุณไปยังออนไลน์ช็อป จากนั้นเลื่อนมาที่ Paragon Partition Manager 8.5 Personal Edition เพื่อซื้อซอฟต์แวร์ดังกล่าวในราคา $49.95 หากหน้าจอขึ้นคำถามว่า คุณต้องการจะแทนที่คำสั่งด้วย Hard Disk Manager 8.0 หรือไม่ ให้คลิกที่ ไม่ (Do Not Replace) จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม Checkout ที่อยู่ด้านล่างของหน้าเว็บ

2. กรอกรายละเอียดทางการค้าลงในหน้า secure page และคลิก Next เพื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการซื้อขาย คุณจะได้รับอีเมลพร้อมลิงค์ให้ดาวน์โหลดและเลขรหัสสำหรับซอฟต์แวร์

3. ใช้ลิงค์ในการดาวน์โหลดโปรแกรมการติดตั้งไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณและรัน PM8.exe setup wizard เพื่อทำการติดตั้งโปรแกรมในฮาร์ดไดรฟ์

4. เริ่มโปรแกรม Partition Manager 8.5 ได้จากเมนู Start จะปรากฏหน้า Disk View ขึ้นที่หน้าจอซึ่งจะมีรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวกับการติดตั้งฮาร์ดไดรฟ์ และพาร์ทิชั่น ให้คลิกเลือกดิสก์

5. หากคุณติดตั้งไดรฟ์ตัวใหม่และต้องการแบ่งพาร์ทิชั่นออกเป็นสองส่วนหรือ มากกว่านั้น หรือต้องการจะสร้างพาร์ทิชั่นจากไดรฟ์ที่มีอยู่แล้วก็ให้คลิกที่ Create Partition ที่อยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอ คุณสามารถใช้ Main Menu ที่อยู่ทางด้านบนของหน้าจอหรือแถบเครื่องมือที่อยู่ถัดลงมาจาก Main Menu ก็ทำได้เหมือนกัน

6. ตัว wizard จะปรากฏบนหน้าจอพร้อมด้วยออปชั่นให้เข้าสู่ Advanced Mode หากคุณไม่มีความรู้เรื่องการแบ่งพาร์ทิชั่นมาก่อน ให้เลือก Next โดยไม่ต้องเช็ค Advanced box

7. จากนั้นหน้าจอจะขึ้นโชว์ฮาร์ดไดรฟ์ปัจจุบัน พร้อมกับแสดงว่าส่วนไหนที่ถูกแบ่งและไม่ถูกแบ่ง เพื่อความปลอดภัย ตัว wizard จะไม่ให้คุณสร้างพาร์ทิชั่นใหม่บนพื้นที่ดิสก์ที่อยู่ในลักษณะพร้อมใช้งาน

8. คุณจะต้องเลือกพื้นที่เพื่อแบ่งพาร์ทิชั่น ให้คลิก Next คุณสามารถใช้สไลเดอร์เพื่อแบ่งที่ว่างของไดรฟ์ให้กับพาร์ทิชั่นตัวใหม่ได้ จากนั้นจะปรากฏหน้าจอสไลเดอร์เพื่อดูว่ามีพื้นที่ว่างให้คุณใช้งานได้มาก เท่าไร คุณจึงสามารถเลือกทำพาร์ทิชั่นตัวใหม่ได้

9. เลือก Next เพื่อฟอร์แมทพาร์ทิชั่นหากต้องการ มีตัวเลือกในการฟอร์แมทหลากหลายแบบ ได้แก่ FAT16, NTFS, Linux Ext2 หรือ Ext3, และ Linux Swap และ Swap2 ถ้ารันกับ Windows XP และ Vista อาจจะใช้ตัว NTSF หรือหากเป็นเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์รุ่นเก่ากว่านี้ อย่างเช่น Windows ME, 95 หรือ 98 ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ FAT16


10. คลิก Finish เมื่อคุณรีบูธเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง และพาร์ทิชั่นตัวใหม่ก็จะพร้อมใช้งานทันที

วิธีแก้ ไวรัส MSN แบบง่ายนิดเดียว!!!

วิธีแก้ ไวรัส MSN  แบบง่ายนิดเดียว!!! วิธีแก้ , ไวรัส , MSN , เอ็มเอสเอ็น , virus , 2009 ,  window , lives ,

โอ้ยยยย เพื่อนๆทักมาด่าเต็มเลย ทั้งที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรลงไปเลยนะ เอ๊ะ หรือว่า เรากำลังจะติด ไวรัส เอ็มเอสเอ็น (Virus MSN) ทำไงดีๆ ส่งไฟล์อะไรก็ไม่รู้ไปให้เพื่อน แถมเพื่อนตัวดีก็กดรับ แล้วก็ติดกันระบาดไปหมด

วิธีแก้ง่ายนิดเดียว หลักการของการแก้ก็คือ เปลี่ยนพาสใหม่ หรือ ชื่อไทยก็เปลี่ยนรหัสลับใหม่ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องตลก เพราะมันแก้ได้จริงๆ แล้วจะอึ้ง

เริ่มแรกก็คลิกที่ตัว เลือก ----> ตัวเลือกเพิ่มเติม

จัดการบัญชีของคุณ ----> ดูและแก้ไข ใครเป็นภาษาอังกฤษก็กดบรรทัดแรกเอา อิอิ

พิมพ์รหัสผ่านกันอีกครั้ง

คลิกเปลี่ยนรหัส

ขั้นตอนสุดท้ายเปลี่ยนรหัสใหม่ กอกรหัสเดิมก่อน แล้วค่อยกรอกรหัสใหม่ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะมีหลายคนที่เปลี่ยนใหม่แล้วจำรหัสไม่ได้ ควรเปลี่ยนรหัสที่จำง่ายๆก่อน *****เมื่อเปลี่ยนใหม่แล้ว ค่อยเปลี่ยนกลับมารหัสเดิมในอีกวัน-2 วันข้างหน้า*****

สรุปกัน อีกทีเพื่อกัน งง?? เปลี่ยนรหัสชั่วคราว จากนั้นทิ้งไว้ 1-2 วัน หรือ อาจจะ 1-2 ชม. แล้วแต่กรณี หรือบางคนจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้เพื่อความแน่ใจ รับรอง ไวรัส MSN จะไม่โผล่มาให้เห็นอีกเลย

*****เป็นวิธี การแก้ วิธีหนึ่งเท่านั้น อาจจะไม่ได้ผลกับไวรัสบางตัว*****

2553/07/05

มะนาว สุดยอดตัวช่วย ลดน้ำหนัก

"มะนาว" ถูกกล่าวขานว่ามีสรรพคุณในการลดความอ้วนได้อย่างดีที่สุด หากคุณทำตามกฎหลักทั้ง 3 ข้อนี้ คุณจะน้ำหนักลดลงได้ดั่งใจปรารถนา

1. ดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นทุก ๆ เช้า

เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงาน ดียิ่งขึ้น มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุด ไม่เพียงแต่จะดีสำหรับช่วยลดไข้ได้ แต่มันยังมีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา แนะนำมาว่า ใครที่กินผลไม้และผักที่มีวิตามินซีในปริมาณที่มาก จะมีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร และจะช่วยให้น้ำหนักลดได้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมะนาวยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมให้กักเก็บเอาไว้ในเซลล์ไขมัน ผลวิจัยยังแสดงอีกว่า แคลเซียมที่มีอยู่ในเซลล์ไขมันปริมาณมาก ๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น

2. รับประทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ชนิด

เพราะผักและผลไม้ทุกประเภท จะมีปริมาณแคลอรีที่น้อยมาก แต่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย และสารอาหารที่ครบครัน จะช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยให้ระบบประสาททำงานอย่างสงบลง

3. ปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด

โดยการบีบน้ำมะนาวลงไปในมื้ออาหาร ทุกมื้อ หรือผสมเปลือกมะนาวลงไปในซุปหรือสลัด และบีบมะนาวเพียงเล็กน้อยโปรยลงบนเนื้อปลา และเนื้อไก่ก่อนรับประทาน แล้วจะรู้ว่ามะนาวคือเส้นใยที่มหัศจรรย์ที่สุด เพราะมะนาวจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงด้วย

นอกจากนี้ผลการศึกษาของวิทยาลัย Journal of the America College of Nutrition รายงานว่า คาร์โบไฮเดรตที่พบในผิวเปลือกของมะนาว จะสามารถกำจัดความอยากกินให้ลดลงได้ถึง 4 ชั่วโมง เปลือกมะนาวเป็นแหล่งรวมไฟเบอร์ที่ดีที่สุด ช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น หลังจากที่คุณกินมัน คุณจะรู้สึกอิ่มไปอีกนานเลยทีเดียว

**ขอบคุณ

healthcorners.com

2553/06/21

The way to love anything is to realize that it might be lost.
หนทางที่จะรักสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คือการตระหนักสิ่งนั้นๆอาจสูญหาย.

Love will be die if held too tightly ...Love will fly if held too lightly.
รักจะเฉาตายถ้าเรายึดแน่นเกินไป....รักจะบินไปถ้าเรายึดไว้หย่อนเกินไป.

Don't rely on the past to create the future, Rely on the future to
erase the past.อย่าวางใจใช้อดีตเป็นตัวสร้างอนาคต จงใช้อนาคตเป็นตัวลบอดีตทิ่งไป

Love looks not with the eyes, But with the mind.
ความรักไม่สามารถสัมผัสด้วยตา...แต่สัมผัสได้ด้วยใจ.

2553/06/15

ต้านผลิตรองเท้าส้นสูงเด็ก หวั่นเด็กหญิงเป็นสาวก่อนวัย

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ขณะนี้ได้มีเทรนด์รองเท้าเด็กผู้หญิงเท รนด์ใหม่ ที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเดียวกันกับรองเท้าผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงหรือสีสันประกายระยิบระยับสะดุดตา และที่น่าเป็น ห่วงมากไปกว่านั้น คือ รองเท้าเด็กหญิงได้ถูกออกแบบให้มีส้นสูงเสียด้วย บางคู่สูงถึง 2 นิ้วเลยทีเดียว

จากประเด็นดังกล่าว ได้มีการวิพากษ์ วิจารณ์จากบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กว่า รองเท้าประเภทนี้มีรูปร่างที่เหมาะกับการใส่เต้นรำมากกว่าจะให้เด็กผู้หญิง ใส่ และการผลิตรองเท้าแบบเดียวกับผู้ใหญ่ขึ้นมาให้เด็กใส่นั้น ดูเหมือนจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กเป็นสาวก่อนวัยอันควร ซึ่งนั่นดูไม่ดีและดูไม่สดใสน่ารักตามวัยเอาเสียเลย ซึ่งจากความไม่เห็นด้วยของผู้ปกครองหลายคน ทำให้เกิดการรณรงค์ "Let Girls Be Girls" หรือ "ให้เด็กเป็นเด็ก" ขึ้น เพื่อต่อต้านการผลิตรองเท้าดังกล่าวออกสู่ตลาด เพราะเล็งเห็นว่า เป็นแฟชั่นที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยในหมู่เด็กผู้หญิง อีกทั้งยังทำให้เด็กซึ่งอยู่ในวัยเจริญเติบโต มีปัญหาเกี่ยวกับเข่าและส้นเท้าก็เป็นได้ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพและอาจส่งผลกับพัฒนาการของเด็กอีกด้วย
ขณะเดียวกันที่บริษัทผลิตรองเท้าเด็กยี่ห้อหนึ่งได้กล่าวว่า เด็ก ๆ ชอบรองเท้าชนิดนี้มาก ถึงจะเหมือนรองเท้าเต้นรำแต่ก็เป็นรองเท้าเต้นรำของเด็ก ๆ ขณะที่บริษัทผู้ผลิตรองเท้าเด็กอีกรายหนึ่งได้กล่าวทำนองเดียวกันว่า รองเท้าชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยมมาก และมันก็เป็นธรรมชาติที่เด็ก ๆ จะอยากสวมเสื้อผ้าและรองเท้าเหมือนผู้ใหญ่ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นการผลิตรองเท้าลักษณะเดียวกับผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

ทั้งนี้ รองเท้าเด็กรูปทรงเดียวกับผู้ใหญ่นี้ ได้ผลิตเอาใจเด็กอายุตั้งแต่ 3 - 12 ขวบ และถูกวางขายเกลื่อนตลาดแล้วในขณะนี้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันกำลังจะมาแทนที่รองเท้าไร้ส้นแบบน่ารัก ๆ ที่เคยมี ขณะที่ผู้ปกครองส่วนหนึ่งต่างหวั่นวิตกว่า การวางจำหน่ายรองเท้าประเภทนี้จะทำให้เด็กงอแงอยากใส่ โดยไม่คิดว่าอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือทำลายสุขภาพได้

ยิ่งไปกว่านั้น ทันทีที่ได้มีการเผยแพร่รูปถ่ายของหนูน้อย ซูริ ครูซ ลูกสาววัย 3 ขวบ ของทอมครูซ ที่กำลังสวมส้นสูงสีทอง ดูเป็นสาวก่อนวัย ก็ยิ่งทำให้รองเท้าชนิดนี้เป็นที่สนใจของเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก